-
 
 
 
• โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’ s disease) •

วันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
 
     ขอใช้พื้นที่ไดอารี่หน้านี้บันทึกเกี่ยวกับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันอย่างละเอียด เอาไว้อ่านอีกทีนะคะ
อาการสำหรับตัวแม่นี้ เพราะความเครียดเป็นหลักเลยทีเดียว เป็นโรคที่มรมานสำหรับแม่เลยนะเนี่ย
เพราะปกติแล้วแม่เป็นคนว่องไว ทำอะไรปรู๊ดปร๊าด แถมวันนี้เป็นไข้ด้วย ไม่สบายตัวมากๆ ครั่นเนื้อครั่นตัวไปซะหมด เหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง พยายามสบายๆ แต่ก็ยังเครียดอยู่ หลีกเลี่ยงการอ่านและดูข่าวทุกอย่างก็แล้ว สมองก็คิดวนเวียนแต่เรื่องคุณตาของหนู เครียดเงียบๆอย่างนี้ไม่ดีเลย อีกอย่างปกติแม่ลูกวิ่งไล่จับกันทุกวัน แต่สองอาทิตย์นี้ไม่ไหวเลย วิ่งตามลูกไม่ได้ หน้ามืดตลอด จะลุกจะนั่งลืมตัวก็วูบ แต่รู้ว่าจะต้องผ่านไปให้ได้ ต้องเข้มแข็ง ต้องลดความเครียด ทำใจสบายๆ สู้ๆ
 
สาระน่ารู้ หู คอ จมูก
 
 
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’ s disease)
นพ.เอกรินทร์ อชะปาละศิริ March 22nd, 2007
 
คราวก่อนเราได้พูดกันถึงสาเหตุของอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบได้บ่อยมาก คือ ภาวะหินปูนหลุดในหูชั้นในไปแล้วถ้าจำกันได้วันนี้เราจะพูดคุยกันถึงโรคที่หลายคนคุ้นเคยแต่ไม่รู้จักจริงๆ คือ  โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease)
 
ผู้ป่วยที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันจะมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน หูอื้อ มีเสียงดังในหู(Tinnitus) อาการเวียนศีรษะจะเป็นๆหายๆ โดยมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนแต่ละครั้งนานมากกว่า 20 นาที เป็นยังไงครับ!!พอเราพูดถึงอาการที่ควรจะเป็นของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันแล้ว หลายคนจะรู้สึกว่าไม่ค่อยตรงกับอาการของตัวเองซักเท่าไหร่ใช่ไหมครับ… อาการที่ผมได้บรรยายถึงโรคน้ำในหูไม่เท่ากันข้างต้นเป็นกลุ่มอาการที่จำเพาะ (Specific Character) ของโรคซึ่งการวินิจฉัยจะต้องตรวจพบอาการทุกอย่างที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว
 
ในโรงพยาบาลกรุงเทพนอกจากประวัติและการตรวจร่างกายเบื้องต้นของผู้ป่วยแผนกหู คอ จมูกยังมีเครื่องมือตรวจพิเศษเพื่อช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคน้ำในหูไม่เท่ากันออกจากโรคอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวได้แก่
 
เครื่องตรวจการได้ยิน (Audiometry)
เครื่องตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบประสาทการทรงตัว (Posturography)
เครื่องตรวจความต่างศักย์ไฟฟ้าในหูชั้นใน (Eco-G)
เครื่องมือตรวจวิเคราะห์การทำงานของหูชั้นใน (Video Electronystagmagraphy)
 
ซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้การตรวจวินิจฉัยโรคของหูชั้นในมีความถูกต้องแม่นยำ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปพบแพทย์หลายๆโรงพยาบาล เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease

บ้านหมุน..เพราะน้ำในหูไม่เท่ากัน โดย เอมอร คชเสนี
 

 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease  รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease  รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease
 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease
 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease
 
 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease

 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease

 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease

 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease
 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease
                 
       คุณเคยมีอาการแบบนี้ไหม...
       
       อยู่ดีๆ แท้ๆ ก็เกิดอาการเหมือนโลกหมุนติ้วอยู่รอบๆ ตัว หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน กระเพาะอาหารเริ่มปั่นป่วน พร้อมจะอาเจียนออกมาได้ทุกเมื่อ ในหูมีเสียงดังอยู่ตลอดเวลา

       
       เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์อาจจะบอกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า คุณเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ที่จริงแล้ว เรียกว่า โรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ (ฟังชื่อโรคแล้วบ้านยิ่งหมุนหนักกว่าเดิม)
       
       หูคนเราประกอบด้วยหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน
       
       หูชั้นในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่มีลักษณะคล้ายก้นหอย ทำหน้าที่รับเสียง อีกส่วนหนึ่งเป็นอวัยวะรูปร่างคล้ายเกือกม้า 3 อัน ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว
       
       หูชั้นในนอกจากจะแบ่งตามหน้าที่แล้ว ยังแบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกระดูก กับส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ส่วนที่เป็นกระดูกจะห่อหุ้มส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ภายในส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายในจะมีของเหลวอยู่
       
       เมื่อเกิดโรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ ของเหลวที่อยู่ภายในส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายในจะคั่งมาก ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก แรงดันที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในจะขัดขวางการทำงานของกระแสประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัว ทำให้สูญเสียการได้ยินและความสมดุล เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้น เมื่อแรงดันมากขึ้นผู้ป่วยจะรู้สึกตึงๆ ในหูข้างที่ผิดปกติ
       
       อาการของโรค
       

       - อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นอาการที่พบได้บ่อย ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ลักษณะอาการคือจะเกิดขึ้นในทันทีทันใด อาจจะเป็นอยู่นานกว่า 20 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรง แต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาต เมื่อหายเวียนศีรษะ ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนเป็นปกติ
       
       - หูอื้อ อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ ถ้าเป็นระยะแรกๆ การสูญเสียการได้ยินจะเป็นแค่ชั่วคราว หลังจากหายเวียนศีรษะแล้ว การได้ยินจะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะบ่อยๆ หรือเป็นมานาน อาการหูอื้อมักจะเป็นถาวร บางครั้งอาจถึงขั้นหูหนวกไปเลยก็เป็นได้
       
       - เสียงดังในหู ผู้ป่วยจะมีเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติร่วมด้วย เสียงดังในหูอาจเป็นตลอดเวลาหรือเป็นเฉพาะขณะที่เวียนศีรษะก็ได้
       
       - อาการตึงๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดัน เกิดจากแรงดันของน้ำในช่องหูชั้นในที่ผิดปกติ
       

       สาเหตุของโรค
       
       
ผู้ป่วยที่เป็นโรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ ส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในกลุ่มที่ทราบสาเหตุจะเรียกว่า กลุ่มอาการมีเนีย ได้แก่ โรคซิฟิลิส หูน้ำหนวก เป็นต้น เพราะฉะนั้นโรคนี้จึงรักษาไม่หายขาด เพียงแต่สามารถรักษาอาการเวียนศีรษะให้หายเป็นปกติได้เท่านั้น อาการผิดปกติอาจเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ระยะแรกๆ มักเป็นข้างเดียว แต่เมื่อเป็นนานๆ เข้า โอกาสที่หูข้างที่สองจะเป็นร่วมด้วยก็มีมากขึ้น
       
       การรักษา
       

       ทำได้โดยการควบคุมอาหาร ลดอาหารที่มีรสเค็ม โดยจำกัดเกลือ แนะนำให้เติมเกลือลงในอาหารวันละไม่เกิน 2 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา
       
       การรักษาทางยา ได้แก่
       
       
- ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดสภาวะอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน
       - ยาลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน ควรใช้ในขณะที่มีอาการเท่านั้น
       - ยากล่อมประสาทและยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนอนหลับได้เป็นปกติ
       - ยาขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยลดอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน
       
       สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดให้
       
       ข้อควรปฏิบัติต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่
       

       - ลดภาวะเครียด ควบคุมอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใส
       - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
       - พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะเวลานอนหลับ อาจมีเสียงรบกวนในหูมาก จนทำให้นอนไม่หลับได้ ข้อแนะนำคือ เปิดเพลงเบาๆ ขณะนอน เพื่อกลบเสียงที่รบกวนในหู
       - หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้อาการแย่ลง
       - การบริหารระบบการทรงตัว เป็นการบริหารศีรษะและการทรงตัว ทำให้สมองสามารถปรับตัวได้รวดเร็วขึ้น
       - พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น สถานที่ที่มีเสียงดัง แสงแดดจ้า หรืออากาศร้อนอบอ้าว เป็นต้น
       - จัดสถานที่ ทั้งที่บ้านและที่ทำงานให้ปลอดภัย ทางเดินที่ต้องเดินเป็นประจำ ควรปราศจากของมีคมหรือตกแตกง่าย
       - หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอันตรายหากเกิดอาการขึ้นมา เช่น การขับรถ
       
       การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำดังกล่าว เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยลดภาวะอาการของโรคลงได้
ที่มา : http://www.inburi.net/index.php?option=com_content&task=view&id=80&Itemid=2
 
 
 รคน้ำในหูไม่เท่ากัน Meniere’ s disease
 
 
ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะที่ห่วงใย ปลื้มมากเลยค่ะ
สู้ๆค่ะ

     Share

<< ๕๙.ระดับน้ำในหูไม่เท่ากัน๖๐.ของเล่นร้อยเชือก (๑ ขวบ ๑๑ เดือน) >>



Posted on Tue 29 Jul 2008 20:34
 

๖๔.กุ้งเต้น + จ๊ะเอ๋
๖๓.ดีใจแบบป่วยๆ
๖๒.ลมพิษ ไข้ ไอ หวัด
๖๑.๒๙ ก.ค. - ๑ ส.ค. ๕๑
๖๐.ของเล่นร้อยเชือก (๑ ขวบ ๑๑ เดือน)
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’ s disease)
๕๙.ระดับน้ำในหูไม่เท่ากัน
๕๘.แม่ไปโรงพยาบาล
๕๗.น้องมอส+บุญผ้าป่าที่บ้านเชียง
๕๗.น้องมอส+บุญผ้าป่าที่บ้านเชียง
๕๖.ทดสอบคลิป

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

หายยังครับบบบ
เป็นงัยบ้างแล้วครับ ตอนนี้
นุ   
Fri 9 Oct 2009 19:02 [2]
 

๓๑๔๖๖

ทานยาแล้วนอน ไม่เครียดๆ
มนน้ำฝน   
Tue 29 Jul 2008 20:36 [1]

 

 

 

 

THEME DESIGN BY MUUTAH